วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

silk leaf ครั้งแรกที่ใบไม้ที่มนุษย์สร้างขึ้น สามารถสังเคราะห์แสงและผลิตอ๊อกซิเจนได้เอง




นับเป็นครั้งแรกที่มนุษย์สร้างใบไม้เทียมขึ้น แล้วสามารถสังเคราะห์แสงและผลิตอ๊อกซิเจนได้เองเหมือนกับใบไม้ในธรรมชาติ ผลงานของนักศึกษาจบใหม่จากRCA (Royal College of Art) ชื่อ Julian Melchiorri  ซึ่งใบไม้เทียมที่ว่านี้ สามารถดูดซับน้ำ และคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ แล้วผลิตอ๊อกซิเจนเช่นเดียวกับต้นไม้ในธรรมชาติจริงๆ แนวคิดใบไม้เทียมเช่นนี้ จะทำให้ความฝันที่มนุษย์จะเดินทางไกลในอวกาศ หรือออกไปสร้างอาณานิคมในอวกาศมีความเป็นจริงมากขึ้น
Julian Melchiorri
ผลงานใบไม้เทียมนี้มีชื่อว่า Silk Leaf ผลงานการพัฒนาของ Julian Melchiorri เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ต้นไม้ไม่สามารถเติบโตในที่ที่แรงดึงดูดเป็นศูนย์ Silk leaf มีแนวคิดที่แตกต่างจาก งานวิจัยของNASA ที่จะผลิตอ๊อกซิเจนสำหรับการเดินทางท่องอวกาศ เพื่อให้เรามีชีวิตอยู่ได้ในอวกาศอย่างสิ้นเชิง ด้วยวิธีคิดใหม่วัสดุแบบใหม่นี้จะทำให้เราสามารถสำรวจอวกาศได้มากกว่าที่เราทำได้อยู่ในปัจจุบัน






สำหรับโครงการ Silk Leaf ของMelchiorri นี้ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร Innovation Design Engineering ที่ร่วมมือกับ Tufts University ในสหรัฐอเมริกา ห้องปฏิบัติการ Silk ประกอบไปด้วยเซลล์สังเคราะห์แสงของพืช (chloroplasts) ที่ลอยอยู่ในโปรตีนจากไหม




วัสดุใหม่ที่ได้นี้ สกัดโดยตรงจากเส้นใยของไหม มันมีคุณสมบัติที่น่ามหัศจรรย์ของโมเลกุลที่มีความเสถียร ผมสกัดเอาเซลล์สังเคราะห์แสงจากเซลล์ของพืชและวางมันลงในโปรตีนของไหม (silk protein) สิ่งที่เกิดขึ้นผมได้เห็นวัสดุสังเคราะห์แสงด้วยตัวเองได้เป็นครั้งแรก มันมีชีวิต และหายใจได้เช่นเดียวกับที่ใบไม้จริงๆทำ ” สิ่งที่ Silk Leaf ต้องการเพื่อผลิตอ๊อกซิเจน มีเพียงแสงสว่าง และน้ำเพียงเล็กน้อย



โคมไฟ Silk Leaf เป็นโคมไฟ ที่ให้แสงสว่าง น้ำหนักเบามากๆ ใช้พลังงานน้อยนิด และแสงสว่างจากโคมไฟยังช่วยผลิตอ๊อกซิเจนได้ด้วย บ้านก็จะได้ทั้งแสงสว่าง และอ๊อกซิเจน นอกจากนั้นในพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น มันสามารถนำมาใช้ในพื้นที่ภายนอก เช่น ผนังภายนอกของอาคารในเมือง ก็จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในเมือง และเพิ่มอ๊อกซิเจนให้กับผู้คนที่อาศัยในเมืองมีอากาศบริสุทธิ์มากขึ้น ช่วยกรองอากาศเสียจากภายนอก และเพิ่มอ๊อกซิเจนให้กับภายในอาคาร



ข้อมูลและภาพจาก http://www.iurban.in.th/
ดูเพิ่มเติม
http://www.dezeen.com/2014/07/25/movie-silk-leaf-first-man-made-synthetic-biological-leaf-space-travel/

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ฝรั่งเปิดร้านขายหอยทอดผัดไท ลูกค้าติดใจฝีมือ


ชาวสวิสฯ เปิดร้านอาหารตามสั่งชื่อ ส.นายฝรั่ง ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง โชว์ผีมือปรุงผัดไทหอยทอด จนลูกค้าติดใจในฝีมือมาอุดหนุนเป็นจำนวนมาก

นายโทนี่ สมิธ  อายุ 54 ปี  สัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ เผยเดิมทำงานเป็นวิศวกรเกี่ยวกับเครื่องปั้มน้ำ แต่ช่วงหลังเบื่อกับงานที่สวิสเซอร์แลนด์ จึงย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย และได้มีครอบครัวกับนางสิริพร  เปิดร้านขายอาหารอยู่กรุงเทพฯ 

เนื่องจากชื่นชอบอาหารไทย  จึงเรียนรู้การทำอาหารไทยจากนางศิริพร เมื่อนางศิริพร ย้ายมาอยู่ที่ จ.อ่างทอง จึงเปิดร้านอาหารตามสั่ง และได้มีโอกาสหัดทำผัดไทย-หอยทอด จนมีความชำนาญ

นางศิริพร กล่าวว่า นายโทนี่  มักจะมาช่วยตนทำอาหารเสมอ และมีใจรักที่จะทำอาหาร จึงสอนการทำอาหารรูปแบบต่างๆ บางวันหากลูกค้าที่ร้านเยอะ ทำไม่ทันก็ให้นายโทนี่มาช่วย ที่สำคัญอาหารที่นายโทนี่ทำนั้นอร่อย  จนลูกค้าติดใจ

นางปัณณรัตน์ ธนรัตน์รุ่งเรือง อายุ 60 ปี  กล่าวว่า เป็นลูกค้าขาประจำของนายโทนี่ มาหลายปีแล้ว ยอมรับและทึ่งกับฝีมือของนายโทนี่ ที่ทำอาหารได้ถูกปาก

สำหรับ ร้าน ส.นายฝรั่ง  ทุกวันจะมีลูกค้ามาอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะสูตรหอยทอดลอยฟ้าของนายโทนี่   ที่สำคัญนายโทนี่สามารถพูดจาภาษาไทยได้อย่างชำนาญ


ภาพและข้อมูลจาก http://www.nationtv.tv/

ชายไม่มีขา สู้ชีวิต จนเป็นเจ้าของฟาร์มแกะ


"หวังเสี่ยวผิง" หนุ่มวัย 33 ในหมู่บ้านเล็กๆชื่อ Xiyulin ที่จังหวัด Zhangjiakou โชคร้ายที่
เมื่อมีอายุ 7 ขวบ เขาเจออุบัติเหตุจากไฟไหม้ จนต้องสูญเสียขาทั้งสอง บวกกับความ
ยากจนของครอบครัว ทำให้เขามีโอกาสเรียนหนังสือแค่ชั้นมัธยม

ถ้าจะมีโชคดีก็คือ เขามีเพื่อนและครอบครัวช่วยเหลือและให้กำลังใจมาโดยตลอด
หวังเสี่ยวผิง จึงไม่ทดท้อแม้จะไม่ครบ 32 และภรรยาของเขาก็เดินทางไปทำงานที่ปักกิ่ง 
โดยทิ้งให้เขาอยู่เพียงลำพังกับลูกชายวัย 5 ขวบ

ปี 2011 หวังเสี่ยวผิงตัดสินใจทำธุรกิจ"ฟาร์มแกะ" โดยการสนับสนุนของรัฐบาลท้องถิ่น 
ซึ่งถือเป็นเรื่องยากสำหรับ"คนไร้ขา"สำหรับเขา 

แต่ไม่กี่ปีผ่านมาจนถึงบัดนี้ ชายผู้ไร้ขาคนนี้ กลายเป็นหนึ่งในผู้ร่ำรวยและมีชื่อเสียง
ของเมือง รวมทั้งยังเป็น"แรงบันดาลใจ"ให้คนจีนทั่วประเทศสู้ชีวิต จากภาพที่่เห็น
"หวังเสี่ยวผิง" ไม่ย่อท้อแม้จะยากลำบากกับการต้องปีนป่ายรั้วสูงเพื่อนำอาหาร
ไปให้แกะของเขา

ภาพที่เขาแต่งตัวให้ลูกชาย ที่ปรากฎให้ชาวเน็ตในเมืองจีนเห็น มีคนเขียนข้อความว่า 
"ผมเชื่อว่าในดวงใจของลูกชาย พ่อของเขาเป็นผู้ชายที่สูงสง่า และนี่เป็นครอบครัว
ที่มีความสุขจากจิตใจที่แข็งแกร่งและความขยันหมั่นเพียร"

นี่คือคนที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ครบ 32 ไม่ใช่ไม่มีความหวังในชีวิต

ภาพและข้อมูลจาก http://www.nationtv.tv/